| magic's profiletheory of the magic mirr...PhotosBlogLists | Help |
|
January 24 PRISON THE MINDA human being is a part of whole, called by us_universe_, a part limited in time and space.
He experiences himself, his thoughts and feelings as some-thing
separated from the rest….a kind of optical delusion of his consciousness. This delusion is a kind of prison of us, restricting us to out personal desires
and to affection for a few things nearest to us.
Our tasks must be to free ourselves from this prison by widening our circle of compression
to embrace all living creatures and the whole of nature in its beauty.
มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวมที่เราเรียกว่าเอกภพ
เป็นเพียงเศษเสี้ยวส่วนจำกัดของอากาศและเวลา มนุษย์รับรู้ตัวตน ความคิด ความรู้สึก
เหมือนเป็นสิ่งที่แยกออกจากส่วนอื่นๆ...นั่นเป็นเพียงภาพลวงตาที่สร้างขึ้นภายในจิตใจ
ภาพมายานี้คือสถานที่คุมขังพวกเรา จำกัดพวกเราให้ลุ่มหลงอยู่กับกิเลสตัณหา
และหลงใหลไปกับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใกล้ตัว
ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของเราคือการปลดปล่อยตัวเองออกจากสถานที่คุมขังแล้วก้าวไปสัมผัสกับความจริง
มีเมตตาต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมวลและเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติโดยรวมอย่างแท้จริง
ALBERT EISTUEN
PRISON THE MIND : จิตใจแห่งการจองจำ
PART : 1
ที่คุมขังมนุษย์ คือ จิตใจอันคับแคบ
แคบจนไม่เหลือที่สำหรับสิ่งใดที่จะเข้าไปสอดแทรก มนุษย์ปิดกั้นจิตใจตัวเองในที่ที่คับแคบ
ทำให้ตัวเองมีความรู้สึกว่า "ยิ่งใหญ่" หารู้ไม่ว่า...ตัวเองนั้นเป็นแค่ "จุรินทรี" อันน้อยนิดของจักรวาล ยิ่งเขาปิดกั้นตนเองมากเท่าใด เขายิ่งต้องอ้างว้าง โดดเดี่ยว เหน็บหนาว
เหงา
เขาถูกจิตใจที่ปิดกั้นเขาใว้...บดบัง
"เหมือนหมอกหนาบดบังแสงจากดวงอาทิตย์"
แสงแดดไม่ว่าจะแผดจ้า เร่าร้อน รุนแรงเท่าใด
ก็ไม่อาจทลายหมอกที่ก่อขึ้นจากจิตใจตัวเองได้
หมอกยิ่งหนา...ความมืดยิ่งครอบงำ...ความเหน็บหนาว...ยิ่งยะเยือก
มนุษย์...
ร่างกายที่ก่อขึ้น มาจากดิน
เลือดที่หล่อเลี้ยงดิน ก็คือน้ำ
กลังขับเคลื่อนน้ำให้เคลื่อนใหว ก็คือไฟ
สุมกองไฟจะมากหรือน้อย อยู่ที่ลม
สิ่งที่เราหยิบยืมมา...เราให้อะไรแก่สิ่งเหล่านี้กลับคืน
เถ้าถ่าน...จากร่างกาย...ที่กลับคืนสู่ดิน
เลือดเผาผลาญ...กลายเป็นไอ...กลับสู่น้ำ
มนุษย์...เจ้าได้ก่อกองไฟแห่งความเหน็บหนาวในจิตใจ
และยังเผื่อแผ่กองไฟแห่งความเหน็บหนาวให้..สิ่งรอบข้าง
เถ้าถ่านและเลือดเอากลับคืน...สู่สิ่งกำเนิด
แต่ความเหน็บหนาวในจิตใจกลับถูกพาพัดไปด้วยลมและโหมมันด้วยแรงไฟ
ไป....สู่สิ่งรอบข้าง
นี่คือการตอบแทนของเจ้า.....
มนุษย์
END OF PART_1
January 07 Fly away"No bird soars too high if he soars with his own wings."
- - William Blake - -
ไม่มีนกตัวใดบินสูงเกินไปถ้ามันบินด้วยปีกของมันเอง
นก...รู้ที่จะบินให้สูง รู้ที่จะร่อนไปตามลมเพื่อผ่อนกำลัง
นกที่บินอยู่บนฟ้า...จะรู้ลิมิตตัวเองที่จะบินให้สูงเพียงไร...จึงจะบินได้อย่างสบาย
แต่...นกที่บินสูงเกินลิมิต...คือ...ผู้ที่จะไม่ทำตามกฏที่ธรรมชาติสร้างมา
นกตัวนั้นจะต้องรับภาระอันหนักอึ้ง...ทั้งแรงกดอากาศและความโดดเดี่ยว
เพื่อพิสูตรสิ่งที่เป็นไปไม่ได้...
เหล่าปักษาเหล่านั้น...ไม่ได้สำเร็จทุกผู้
แต่ความพยายามจะชักนำปักษาเหล่านั้น...ผู้ที่สำเร็จจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ผู้ที่ผิดพลาด...จะเป็นบทเรียน
"ไม่มีนกตัวใดบินสูงเกินไปถ้ามันบินด้วยปีกของมันเอง"
(ลองย้อนดูข้อความทั้งหมดว่าผู้ประสบความสำเร็จที่แท้จริง...ใช่อย่างที่อ่าน...หรือไม่)
December 22 message to remindทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้น แต่ความอดกลั้นน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น..... เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพแย่ลง ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น บ้านสวย ๆ กลายเป็นบ้านแตกสาแหรกขาด ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเราอย่าเก็บของดี ๆไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่ คือ …….โอกาสที่พิเศษสุด……แล้วจงแสวงหาการหยั่งรู้ จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่โดยไม่ใส่ใจกับความอยาก….. จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป ชีวิต คือ โซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตาม ที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง… NO...any day NO...any time
WE are have PRESENT...... December 09 ข้อคิดในการใช้ขีวิตพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว : ข้อคิดในการใช้ขีวิต
1. อย่าทำลายความหวังของใครเพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้ 2.เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตามเราไม่ต้องไปคุยทับปล่อยเขาฟุ้งไปตามสบาย 3. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆ เท่านั้น 4. หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ตามริมทางเสียบ้าง 5. จะคิดการใดจงคิดการให้ใหญ่ๆ เข้าไว้แต่เติมความสุขสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย 6. หัดทำสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้ 7. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น 8. เวลาเล่นเกมกับเด็กๆ ก็ปล่อยให้แกชนะไปเถิด 9. ใครจะวิจารณ์เรายังไงก็ช่าง ไม่ต้องไปเสียเวลาตอบโต้ 10. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ "สอง"แต่อย่าให้ถึง"สาม" 11. อย่าวิจารณ์นายจ้างถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุขก็ลาออกซะ 12. ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้วอะไรๆ มันก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก 13. ใช้เวลาน้อยๆ ในการคิดว่า "ใคร" เป็นคนถูกแต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า"อะไร" คือสิ่งที่ถูก 14. เราไม่ได้ต่อสู้กับ "คนโหดร้าย" แต่เราต่อสู้กับ "ความโหดร้าย"ในตัวคน 15. คิดให้รอบคอบก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ 16. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน 17. เป็นคนถ่อมตนคนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้วตั้งแต่เรายังไม่เกิด 18. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด...สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้ 21. อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม 22. อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่ายถ้ามีใครมาถามเราว่า "เป็นยังไงบ้างตอนนี้" ก็บอกเขาไปเลยว่า "สบายมาก" 23. อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมง เท่าๆ กับที่ หลุยส์ ปาสเตอร์ , ไมเคิล แอนเจลโล , แม่ชีเทเรซา, ลีโอนาร์โดว ดา วินชี, ทอมัส เจฟเฟอร์สัน หรืออัลเบิร์ต ไอสไตน์ เขามีนั่นเอง 24. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยวเมื่อเหลียวกลับไปดูอดีตเราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำมากกว่า เสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว 25. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น 26. จริงจังและเคี่ยวเข็ญต่อตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น 27. อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดีๆ ใหม่ ๆ และยิ่งใหญ่จนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ล้วนมาจากบุคคลที่คิดค้นอยู่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น 28. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น 29.ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักปานใด 30. คำนึงถึงการมีชีวิตให้ "กว้างขวาง" มากกว่าการมีชีวิตให้ "ยืนยาว" 31. มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ November 18 ทฤษฎีแห่งความสำเร็จทฤษฎีแห่งความสำเร็จ
ว่าด้วยความคิด
คนโง่ : ทำก่อนแล้วจึงคิด จึงผิดพลาดอยู่เนืองๆ ต้องเปลืองเวลาและความรู้สึก ตามแก้ปัญหาไม่สิ้นสุด
คนฉลาด : คิดมากก่อนแล้วจึงทำ จึงเพ้อเจ้ออยู่เป็นประจำ แม้ประสงค์จะทำดียากแต่ทำได้น้อย เพราะเขม่าความคิดปิดกั้นความกล้าหาญ คนเจ้าปัญญา : คิดไปทำไป จึงทำได้อย่างที่คิด และคิดพอดีที่ทำประหยัดพลังงานและบริหารเวลาได้เหมาะสม ลดความหลอนป้องกันความผิดพลาดขื่นขมและประสบความสำเร็จโดยไม่เหน็ดเหนื่อย ว่าด้วยทัศนคติ
คนโง่ : ดูหมิ่นความดี มองโลกในแง่ร้ายด้านเดียว จึงได้รับแต่สิ่งชั่วร้ายมาพาชีวิตตกต่ำ กลายเป็นทาสสถานการณ์ ยามพบสิ่งดีจะไม่เข้าใจจึงพลาดโอกาสใหญ่
คนฉลาด : ชอบทำดีและคิดดี มักมองโลกในแง่ดีด้านเดียว จึงได้แต่สิ่งดีโดยมาก ครั้นพบสิ่งชั่วร้าย จะทนไม่ได้ ทำใจไม่เป็น ต้องถอยหนีสถานการณ์ดวงใจแตกร้าว ชีวิตจึงมีแต่ความระคายเคืองและปฏิฆะเร้นลึก คนเจ้าปัญญา : ละชั่วเด็ดขาด และทำดีเป็นนิสัย โดยไม่ติดดี แล้วละแม้ความดีเข้าสู่ความบริสุทธิ์ จึงเห็นที่สุดแห่งความเป็นจริงแท้แห่งโลกว่าทุกสิ่งในโลกมีทั้งคุณ โทษ และความเป็นกลางอยู่ จึงบริหารสถานการณ์ได้ และทำใจได้ในทุกภาวการณ์ ว่าด้วยความโง่และความฉลาด
คนโง่ : ชอบคิดว่าตนฉลาดแล้ว จึงดักดานอยู่กับความโง่ของตนตามที่เป็น
คนฉลาด : ชอบคิดว่าตนโง่ จึงชอบแกล้งโง่ และมักโง่ได้สมปรารถนาในที่สุด คนเจ้าปัญญา : ย่อมเห็นความโง่และความฉลาด ที่ซ้อนกันอยู่ และวิธีที่จะยกจิตสู่ปัญญายิ่งๆขึ้นไป จึงค่อยๆ หายโง่ และเลิกฉลาดโดยลำดับ ว่าด้วยการพูดจา
คนโง่ : ชอบเถียง เขาจึงได้การทะเลาะ และความบาดหมางแทนความรู้
คนฉลาด : ชอบถาม เขาจึงได้ความรู้ และมิตรภาพมากกว่าความแตกแยก คนเจ้าปัญญา : ชอบเฉยสังเกตลึก เข้าใจสิ่งต่าง อย่างลึกซึ้งแล้วจึงนำเสนออย่างเหมาะสม ว่าด้วยการจัดการกับปัญหา
คนโง่ : พอพบกับปัญหาอะไรก็โวยวาย ก่อให้เกิดปัญหาทางอารมณ์และความสัมพันธ์อีกหลายชั้น จึงยิ่งเสียหาย
คนฉลาด : พอพบปัญหาก็วิเคราะห์ เป็นการใช้ความคิดแก้ปัญหา จึงมักติดบ่วงความคิด วนไปวนมา คนเจ้าปัญญา : พอพบปัญหาอะไรก็วางก่อน พอเป็นอิสระมีอำนาจเหนือกว่าปัญหาแล้ว จึงจัดการกับปัญหานั้นอย่างเหนือชั้น ว่าด้วยการบริหารและการปกครอง
คนโง่ : พยายามบริหารคน จึงวุ่นวายสับสนตามธรรมชาติของคน
คนฉลาด : พยายามบริหารประโยชน์สัมพันธ์ จึงยุ่งยากซับซ้อนตามปรารถนาอันไม่สิ้นสุด คนเจ้าปัญญา : พยายามบริหารระบบธรรม จึงสงบลงตัว ณ จุดพอดี ว่าด้วยความคิด!!!
คนโง่ : เห็นแต่ความชั่วร้ายของคนอื่น และโยนความผิดให้ผู้อื่นอยู่เรื่อย เป็นการทำมิตรให้กลายเป็นศัตรู ชีวิตจึงอยู่ในท่ามกลางอันตราย
คนฉลาด : เห็นแม้ความชั่วร้ายในตนเอง จึงกล้ายอมรับความจริงและแก้ไขตัว ทำให้ตนดีขึ้น ทำให้แม้ศัตรูก็ยอมรับได้มากขึ้น ชีวิตจึงเจริญและผาสุกโดยลำดับ คนเจ้าปัญญา : เห็นความชั่วร้ายสากล จึงเข้าใจทุกคนในทุกสถานการณ์ เห็น***ส่วนการบริหารคนที่เหมาะสม โดยไม่ทำร้ายคน แต่จะทำลายความชั่วสากลให้สิ้นไป จึงสนุกสนานในการบริหารเรื่อยไป ว่าด้วยการบริหารธรรม
คนโง่ : ดูหมิ่นธรรมะ ชีวิตจึงหายนะ คนฉลาด : ศึกษาธรรมะ จึงรู้ลึก และดำเนินชีวิตด้วยดี คนเจ้าปัญญา : ใช้ธรรมะ จึงดำเนินชีวิตอย่างเหนือชั้น!! ว่าด้วยการทำงาน
คนโง่ : ทำงานเพื่อเงิน จึงได้เงินมาอย่างยากเย็นและมักไม่ได้คุณค่าอื่นๆของงาน คนฉลาด : ทำงานเพื่องาน จึงได้ผลงานที่ยิ่งใหญ่และได้เงินตามมาโดยง่าย คนเจ้าปัญญา : ทำงานเพื่อหยิบยื่นคุณค่าแก่สังคม เขาจึงได้ผลงานที่น่าชื่นชม เงิน ชื่อเสียงและมิตรมหาศาลย่อมตามมาเสมอ ว่าด้วยการสนองตอบผู้มีพระคุณ
คนโง่ : เนรคุณผู้มีบุญคุณ จึงไม่มีใครอยากทำดีกับเขาอีก
คนฉลาด : กตัญญูผู้มีพระคุณ จึงมีคนอยากทำดีกับเขามากมาย ซึ่งต้องตามชดใช้บุญคุณกันไม่รู้จบ คนเจ้าปัญญา : ยกระดับผู้มีบุญคุณให้สูงส่งขึ้น จึงทดแทนบุญคุณกันได้หมด และผู้มีพระคุณกลายเป็นหนี้บุญคุณ และพร้อมที่จะให้พระคุณที่ยิ่งกว่า เกิดวงจรการให้ และการรับที่พัฒนาต่อเนื่องทุกฝ่ายจึงได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง ว่าด้วยความเพียร
คนโง่ : มัวขยันในเรื่องไร้สาระ จึงมักพบปะแต่เรื่องไร้ประโยชน์ แล้วมักตัดพ้อว่า ทำไมทำดีแล้วไม่ได้ดี
คนฉลาด : มักขยันในเรื่องที่มีคุณมากมีโทษน้อย จึงได้ประโยชน์มากและมีโทษแทรกบ้าง แล้วมักบ่นว่าอุตส่าห์ระวังอย่างสุดแล้วยังพบเรืองร้ายๆ อีก คนเจ้าปัญญา : ขยันทำตนให้เหนือคุณและโทษ จึงบริหารสถานการณ์อย่างอิสระ ไม่ปรากฏเสียงตัดพ้อหรือบ่นว่าอีกต่อไป ว่าด้วยความจริงจัง
คนโง่ : เห็นปรากฏการณ์ต่างๆ ในชีวิตเป็นเรื่องจริงจัง จึงเครียดแทบบ้า
คนฉลาด : เห็นปรากฏการณ์ต่างๆ ในชีวิตเป็นเรื่องเล่นๆ จึงสนุกสนานจนไร้สาระ คนเจ้าปัญญา : เห็นปรากฏการณ์ต่างๆ ในชีวิตเป็นตัวเร่งวิวัฒนาการ จึงรุ่งเรืองรวดเร็ว ว่าด้วยความประสบความสำเร็จ
คนโง่ : รอให้ความสำเร็จมาหา อาจต้องรอหลายชาติกว่าจะพบซักครั้ง คนฉลาด : เดินไปหาความสำเร็จ จึงอาจมีโอกาสพบบ้างแม้เหนื่อยยาก คนเจ้าปัญญา : ปักหลักสร้างความสำเร็จ หากสร้างความสำเร็จแน่ๆ และเหนื่อยน้อยกว่า October 18 วิธีคิดให้ประสบความสำเร็จของพ่อวิธีคิดให้ประสบความสำเร็จของพ่อ พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
1.ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจานอย่างจริงใจ
วันนี้ชื้อลิสแบรนด์ "เรารักในหลวง" มาด้วย เลยมีคำสอนของพ่อมาประกอบสิ่งที่ได้มา
หมายเลขที่ผมได้คือ 581766
เราจะรักในหลวง....ทั้งกายและใจ
October 06 ABOUT LOVE"ความเงียบ..."
มันอยู่ในลิฟท์ ขณะเราขึ้นไปกับคนแปลกหน้า
มันอยู่ในรถ 2 แถว หลังจากเราสบตากับคนที่นั่งตรงข้ามไป 2-3 ครั้งแล้ว มันอยู่ในโรงหนัง ก่อนหนังตัวอย่างจะมา มันอยู่ใต้ท้องทะเล ขณะเราดำน้ำ มันอยู่ในห้องสมุด มันอยู่หลังเสียงแก้วแตก มันอยู่ในห้องเรียน หลังจากครูถามว่า มีใครสงสัยอะไรมั๊ย มันอยู่ในบ้าน ตอนเราเดินปิดไฟทีละดวง ทีละดวง ก่อนเข้านอน .....มันอยู่ระหว่างคน 2 คนที่ไม่เข้าใจกัน "ความรัก...คล้ายการลอกหัวหอม ระหว่างลอกหอมทีละชั้น
ระหว่างการเรียนรู้กันและกันทีละขั้น เป็นธรรมดาที่ต้องมีน้ำตา > > วันนี้หัวที่เคยหอมหายไปแล้ว หัวหอมไปไกลแต่น้ำตาทำไมยังอยู่ที่เรา"
"กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ เข้าไปแรก ๆ จะรู้สึกได้กลิ่น
อยู่ในนั้นไปนาน ๆ จะเคยชิน จนลืมไปว่ามีกลิ่นนั้นอยู่ > > จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่ ความรักเหมือนรถเมล์
สายที่ไม่ต้องการจะมาก่อนเสมอ เมื่อไหร่รถสายที่รอจะมาหนอ บ้างที่มาคนแน่นไม่มีที่ แต่ถ้าอายุมากแล้ว รถเมล์เที่ยวสุดท้าย .... แน่นก็ต้องขึ้น"
"ถ้าเรารักใครสักคน เราควรเปิดโอกาสให้เค้าทำผิดพลาดหลาย ๆ ครั้ง
เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน" คติสอนหญิง: จาก โน๊ต อุดม
(ขอยื้มหน่อยนะครับพี่) |
||||||
|
|